ReadyPlanet.com
dot dot
bulletเว็บลิงค์แนะนำ : Link




> “สะบายดี หลวงพะบาง” article

คอลัมน์ : เล่าหนังให้น้องฟัง

โดย : พี่ชายคนโต

 

สะบายดี หลวงพะบาง

 

หอมชื่นดั่งดวงจำปา แช่มช้าดั่งสายน้ำโขง

 

(หมายเหตุ...บทความชิ้นนี้ เปิดเผยรายละเอียดของเรื่องราวเป็นอันมาก  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียอรรถรสในการรับชมด้วยตัวเอง โปรดใคร่ครวญก่อนอ่าน)

 

 สะบายดี หลวงพะบาง เป็นเรื่องราวของคนชื่อสอน ๓ คน กับความรักที่สะอาด

 

สอน ที่ ๑ เป็นชื่อของช่างภาพหนุ่มจากเมืองไทยที่ได้รับมอบหมายให้ไปถ่ายภาพที่ต่างประเทศ เขาหัวเสียเล็กน้อยหลังจากทราบว่า ต่างประเทศในความหมายที่บริษัทบอกนั้นหมายถึง ประเทศลาว ไม่ใช่ประเทศในซีกโลกยุโรปดังที่เขาเข้าใจ

เป็นเรื่องประหลาดที่แม้เจ้าตัวจะมีเชื้อสายลาวอย่างเข้มข้น เพราะพ่อเป็นลาว แม่เป็นออสเตรเลีย แต่ สอน ก็ไม่เคยมีโอกาสได้มาเยือนแผ่นดินนี้เลย

 

สอนที่ ๒ เกี่ยวเนื่องกับชื่อจริงของไกด์สาวสวยชาวลาว ที่มีชื่อเล่นว่า น้อย บ้านเกิดอยู่หลวงพะบาง แต่มาทำงานเป็นไกด์ที่ปากเซ

 

สอน ที่ ๓ จะเฉลยในบรรทัดถัดๆ ไป

 

ทั้งสองพบกันครั้งแรกในคืนฝนพรำ

ขณะที่น้อย โดนฝนสาดจนตัวเปียกโชก หนุ่มสอนบังเอิญเดินผ่านมาเห็น จึงสละร่มของตนเองให้เธอ แต่น้อยกลับไล่ตะเพิดหนุ่มสอน ให้ออกไปไกลๆ เพราะสภาพตัวเองในขณะนั้นเปียกปอนจนเสื้อผ้าดูแนบเนื้อ จึงไม่เข้าใจเจตนาดีของชายหนุ่มหน้าฝรั่ง

หลังจากหนุ่มสอน เดินจากไปด้วยอาการงงๆ สักพักก็มีหนุ่มชาวลาววิ่งเอาร่มมายื่นให้ พร้อมกับบอกว่า มีผู้ชายคนหนึ่งฝากมาให้

 

วันต่อมาไกด์สาว ได้รับการไหว้วานจากเพื่อนให้ดูแลลูกค้าทัวร์คนหนึ่งแทนตน เพราะประสบอุบัติเหตุเล็กน้อย โดยบอกว่า ลูกค้าเป็นคนฝรั่งผู้ชาย เมื่อน้อย มาทำหน้าที่ที่ในจุดนัดหมายหน้าโรงแรมในเวลาบ่าย แล้วเธอก็ทราบว่า ลูกค้าฝรั่งที่เพื่อนวานให้ดูแล คือ หนุ่มสอน ที่เธอเพิ่งตะเพิดไปเมื่อวานนี้เอง หลังการแนะนำตัวและขอโทษขอโพย การเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น

 

ระหว่างการทำหน้าที่ของไกด์สาว มีความผิดพลาดหลงทิศผิดทาง จนพระเอกหงุดหงิดชักไม่มั่นใจว่า เธอเป็นไกด์จริงหรือเปล่า หลังจากซักถาม สาวเจ้าจึงสารภาพว่า เธอเป็นไกด์ก็จริง แต่เธอเพิ่งมาทำงานที่ปากเซได้ไม่นาน

 

เมื่อทั้งสองผ่านเรื่องราวของความผิดพลาดและให้อภัย เมล็ดพันธ์เล็กๆ ที่เรียกว่า ความรัก ก็เริ่มถูกปลูกลงในใจโดยไม่รู้ตัว

 

 

ขณะที่เราได้เห็นทัศนียภาพอันสวยสดงดงามของเมืองลาว ผ่านฉากต่างๆ ของภาพยนต์  เราก็ได้เห็นความงามในการใช้ชีวิตของชาวลาวไปด้วย และเพราะเหตุจากการหลงทาง ทำให้หนุ่ม-สาว มาขึ้นเรือข้ามฝากที่นัดหมายไว้ไม่ทัน

ชายหนุ่มจึงถามว่า คุณจ่ายตังค์เขาแล้วหรือยัง สาวเจ้าจึงตอบว่า จ่ายไปแล้ว  สอนจึงเริ่มเกิดอาการหัวเสียว่า คุณจ่ายเงินเขาก่อนทำไม จ่ายแล้วเขาก็ไม่มาสิ น้อยจึงสวนขึ้นทันทีว่า ต้องมาสิ ยังไงเขาก็ต้องมาเพราะจ่ายเงินเขาไปแล้ว ยิ่งน้อยยืนยันอย่างหนักแน่นว่า เมื่อจ่ายตังค์แล้วเขาต้องมา สอนก็ยิ่งไม่เข้าใจในวิธีคิดของน้อยมากขึ้น

 

 

เมื่อรอจนตะวันลับขอบโขง ไม่เห็นแม้เงาของลำเรือ น้อยจึงพาไปพักค้างคืนที่บ้านของชาวบ้านครอบครัวหนึ่ง ซึ่งฉากนี้เผยให้เราได้เห็นถึงวิถีแห่งน้ำใจของพี่น้องชาวลาว

 

ในวงกับข้าวมื้อเย็น หนุ่มสอนหน้าฝรั่ง นั่งทานข้าวร่วมสำรับกับครอบครัวที่ตนขออาศัยอย่างกระอักกระอ่วน เพราะไม่คุ้นเคยกับรสชาติอาหาร หลังปั้นข้าวข้าวเหนียวจิ้มแจ่วเข้าปากคำแรกถึงกับสำลักความเผ็ด  จนแม่บ้านถามว่า ทานได้ไหม ถ้าทานไม่ได้จะไปซื้อปลากระป๋องมาให้ สอนพนักหน้าบอกว่า ทานไหว และเมื่อทานจนอิ่ม สอนทำท่าจะควักตังค์ให้ น้อยถึงกับต้องรีบยั้งมือไว้ แม้หนุ่มสอนจะพยายามล้วงกระเป๋าสองสามรอบ ก็ถูกน้อยยั้งมือไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า

 

เมื่อถึงเวลาล้างจาน สอนจึงถามน้อยว่า ทำไมจึงไม่ให้มอบเงินตอบแทนน้ำใจแก่เจ้าของบ้าน น้อยจึงตอบว่า ถ้าคุณให้เงินเขา เขาจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการดูถูกในน้ำใจ

 

ครั้นวันรุ่งขึ้น ก่อนล่ำรากัน เจ้าของบ้านยังมอบห่อข้าวเป็นของฝากติดไม้ติดมือแก่สอนด้วย เล่นเอาชายหนุ่มถึงกับเต็มตื้นในน้ำใจ  และเมื่อเดินมาถึงท่าเรือ สอนก็ยิ่งตกตะลึงอีกครั้งเมื่อพบว่า เรือที่ว่าจ้างตั้งแต่เมื่อวานได้มารอตั้งแต่เช้า น้อยจึงบอกว่า เห็นไหม เราจ่ายตังค์ไปแล้ว เขาต้องมา

 

พอก้าวเท้าขึ้นเรือ เจ้าของเรือจึงบอกว่า เมื่อวานมารออยู่ตั้งนานไม่เห็นมาสักทีจึงกลับไปก่อน วันนี้ขอคิดครึ่งราคา   

 

นับวันสอนก็เริ่มเห็นความงามของประเทศลาวมากขึ้นๆ จนเก็บความประทับใจไว้ไม่ไหว ได้โทรศัพท์ไปเล่าให้พ่อฟังว่า เมืองลาวเป็นประเทศที่งดงามมาก วิถีชีวิตของคนที่นี่ดำเนินไปอย่างช้าๆ จนเขารู้สึกชอบที่นี่ พ่อจึงแนะนำว่า ไหนๆ ก็มาเมืองลาวแล้ว อยากให้แวะไปหาคุณปู่หน่อย เพราะหมู่ญาติที่นั่นอยากเห็นหลานชาย แล้วสอนก็ตัดสินใจไปเยี่ยมบ้านคุณปู่เป็นครั้งแรกในชีวิต

 

ทันทีที่ไปถึงบ้านคุณปู่ สอนก็ได้รับการต้อนรับอย่างคาดไม่ถึง มีหมู่ญาติมาทำพิธีบายศรีสู่ขวัญมากมายเต็มบ้านเสียงขับเพลงสู่ขวัญของญาติผู้ใหญ่ กิริยาของการผูกข้อมือและให้ศีลให้พร ตรึงใจสอนจนหางตาสั่นๆ ด้วยความซาบซึ้ง ในระหว่างที่พักอยู่บ้านคุณปู่ สอนก็ได้เดินดูภาพเก่าๆ ที่ติดอยู่ที่ฝาเรือนและในตู้โชว์ ได้เห็นภาพพ่อของตนเองเมื่อสมัยยังหนุ่มๆ แต่มีอยู่ภาพหนึ่งที่สะดุดใจสอนเป็นอย่างมากก็คือ ภาพของพ่อที่ถ่ายคู่กับหญิงสาวคนหนึ่ง

ในระหว่างสนทนากับปู่ สอนจึงถามว่า หญิงสาวคนที่อยู่ในรูปนั้นคือใคร ปู่จึงเล่าว่า ผู้หญิงคนที่อยู่ในรูปนั้นชื่อ สอน เมื่อวานนี้เธอก็มางานบายศรีด้วย เธอเป็นอดีตคนรักเก่าของพ่อ ก่อนที่พ่อจะไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย จนกระทั่งได้พบรักกับแม่ของสอนที่นั่น จากนั้นพ่อของสอนก็ไม่ได้กลับมาที่ลาวอีกเลย แต่ใครๆ ต่างก็รู้ว่า น้าสอนยังคงรักและเฝ้ารอพ่อของสอนอยู่

ก่อนกลับ สอนไม่ลืมที่จะแวะไปร่ำลาน้าสอนด้วย น้าสอนจึงได้ฝากความคิดถึงไปยังพ่อของสอนว่า อยากให้กลับมาเยี่ยมบ้านบ้าง เรื่องเก่าๆ ต่างๆ ให้ลืมไปเสียเถิด คนที่นี่ยังคิดถึงอยู่เสมอ

 

 

เมื่อสอนได้โทรศัพท์ไปที่บ้านเพื่อจะเล่าให้พ่อฟังว่า เกิดอะไรขึ้นที่นี่บ้าง แม่ก็เป็นคนรับสาย เพราะพ่อออกไปงานเลี้ยงกับเพื่อนๆ แล้วแม่ก็ถามว่า ลูกพบคนชื่อสอนไหม สอนถึงกับนิ่งอึ้งไปสักพัก แม่จึงบอกว่า แม่รู้เรื่องนั้นดี และรู้ด้วยว่า ตอนนี้พ่อก็ยังคงคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอยู่ตลอดเวลา  แต่แม่ไม่คิดอะไรมากหรอก การได้อยู่กับคนที่เรารักแม่ก็มีความสุขแล้ว

 

จะอยู่กับคนที่เรารัก หรืออยู่กับคนที่รักเรา....

 

          ค่ำวันหนึ่งหนุ่มสอนได้รับการชักชวนจากน้อย ให้ไปเป็นเพื่อนในวันแต่งงานของเพื่อน โดยมีน้องสาวของน้อยเป็นกองเชียร์ ก่อนเดินทางไปงาน สาวน้อยก็ติวสอนเต็มที่ว่า ห้ามเมานะ เพราะพี่สาวไม่ชอบคนเมา ย้ำแล้วย้ำอีก

 

ในบรรยากาศงานแต่ง แขกเหรื่อมามากมาย เมื่อน้อยเข้าไปสวัสดีทักทายเพื่อน และแนะนำชายหนุ่มให้เพื่อนรู้จัก เพื่อนสาวจึงแซวว่า เจ้าชู้นะ ทำเอาหนุ่มสอนถึงกับหน้าเจื่อน และเมื่อนั่งดื่มกินอยู่ที่โต๊ะสักพัก น้อยจึงเล่าให้ฟังว่า เพื่อนๆ บอกว่า สอนหยิ่งไม่ค่อยพูดจากับใคร ยิ้มให้ก็ไม่ยิ้มตอบ หนุ่มสอนจึงบอกว่า ไม่กล้ายิ้มให้ เพราะเมื่อสักครู่เพื่อนบอกว่า          สอนเจ้าชู้ กลัวเพื่อนเข้าใจผิดว่า สอนทำเจ้าชู้ใส่ น้อยถึงกับหัวเราะ แล้วบอกว่า ที่เขาบอกว่า เจ้าชู้น่ะ หมายความว่า เขาบอกว่า คุณน๊ะหล่อ คำว่า เจ้าชู้ ในความหมายของคนที่นี่หมายถึง รูปหล่อ พอทราบความจริงหนุ่มสอนถึงกับเขินขึ้นมาทันที ในตอนนี้ถือได้ว่า หนังได้เอาความแตกต่างด้านภาษามาเป็นมุขน่ารักที่ชวนยิ้มน้อยๆ ได้ดีทีเดียว ฉากงานแต่งนี้ เราได้เห็นการเต้นที่น่ารักของชาวลาว คือ วิธีการเต้นในท่า บัดสลบ ดูๆ แล้วกระตุ้นความรู้สึกอยากเห็นบรรยากาศการเต้นจริงๆ ขึ้นมาทันที

และแล้วในที่สุดงานนี้สอนก็พลาดจนได้ เพราะเมาจนต้องอาศัยคนหิ้วปีกกลับโรงแรม โดยลืมโทรศัพท์ทิ้งไว้ในงาน ซึ่งน้อยเป็นคนเก็บไว้ให้ เมื่อหนุ่มสอนได้สติตื่นขึ้นมา จึงรีบโทรหาไกด์สาวทันที กล่าวขอโทษที่ปล่อยให้ตนเองเมาอย่างหนัก เขาไม่ได้เมาอย่างนี้มานานแล้ว และชวนหญิงสาวทานข้าวมื้อค่ำด้วยกัน ไกด์สาวจึงบอกว่า คืนนี้มีประเพณีไหลไฟ (ลอยกระทง) หลังทานข้าวเสร็จอยากชวนให้ไปไหลไฟด้วย เมื่อตกปากรับคำแล้วจึงวางสาย

ขณะที่หญิงสาวกำลังถือกระทงดอกไม้ ไปยังร้านอาหารที่นัดหมายไว้กับชายหนุ่ม โทรศัพท์ของหนุ่มสอนก็ดังขึ้น และเมื่อไกด์สาวรับสายแทน ปรากฏว่า ต้นสายเป็นเสียงผู้หญิงพอรู้ว่า คนที่รับโทรศัพท์ไม่ใช่ชายหนุ่ม อีกทั้งเป็นเสียงหญิงสาวอีกต่างหาก คนต้นสายจึงอึ้งไปชั่วครู่ พอแนะนำตนเองเสร็จเรียบร้อยว่า ใครโทรมา เธอก็วางสายไป พอสายตัด ไกด์สาวจึงมองเห็นรูปหน้าจอโทรศัพท์ เป็นรูปของสอนถ่ายคู่กับสาวสวยคนหนึ่ง

         

ที่ร้านอาหาร หนุ่มสอนนั่งแกร่วรอหญิงสาวอยู่เนิ่นนาน  และแล้วก็ไม่ปรากฏแม้เงาของสาวเจ้านั้นเลย

 

เมื่อตามไปที่บ้านของหญิงสาวในวันรุ่งขึ้น แม่ก็บอกว่า น้อยออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า บอกว่าจะไปเยี่ยมยายที่หลวงพะบาง และได้ฝากโทรศัพท์ไว้ให้

 

          จนกระทั่งวันที่ต้องเดินทางกลับ ขณะชายหนุ่มนั่งรอเที่ยวบินออกที่สนามบินก็ไม่มีทีท่าว่า หญิงสาวจะปรากฏตัวเลย

เมื่อถึงนาทีสุดท้าย ก่อนเครื่องจะออก หนุ่มสอน ตัดสินใจทิ้งตั๋วเครื่องบินลงถังขยะ และโบกรถมุ่งหน้าสู่หลวงพะบาง เป็นการเดินทางเพื่อตอบคำถามประโยคที่ว่า จะอยู่กับคนที่เรารัก หรืออยู่กับคนที่รักเรา....

 

          ที่หลวงพะบาง เขาได้พบน้อยสมความปรารถนา และในร้านอาหารที่คนสองคนพบกันเป็นช่วงเวลาทองที่เขาจะบอกกับไกด์สาวว่า เขารักเธอ หลังจากอึกอักๆ กล้าๆ กลัวๆ อยู่นั้น ไกด์สาวก็ได้เขียนถ้อยความประโยคหนึ่งลงบนกระดาษเป็นภาษาลาว พร้อมกับบอกกับชายหนุ่มว่า ช่วยอะไรหน่อยได้ไหม เธอแอบชอบผู้ชายคนหนึ่งอยู่ แต่อายไม่กล้าบอก รบกวนช่วยเอาจดหมายบอกรักนี้ไปให้เขาที แล้วก็บอกบ้านเลขที่ให้ หนุ่มสอนได้ยินดังนั้นถึงกลับสะอึกหน้าถอดสี แต่เมื่อได้รับไหว้วาน จึงจำต้องทำ หลังจากเดินหาบ้านหลังดังกล่าวอยู่นานสองนาน ก็ไม่พบใครเลย เป็นเพียงหน้าร้านที่มีแต่กระจกเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจถามคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้นว่า นี่ใช่บ้านหลังที่ระบุในที่อยู่ไหม แล้วในจดหมายนี้เขียนว่าอะไร จึงได้รับคำตอบว่า ใช่ และในจดหมายนั้นเขียนไว้ว่า ฉันรักผู้ชายคนหนึ่งที่มีหนวดเคราพะรุงพะรัง สวมเสื้อแจ๊คเก๊ตสีเขียว เมื่อชายหนุ่มมองเข้าไปในกระจก จึงรู้ว่า ชายคนที่ว่าก็คือตัวเขานั่นเอง

         

          เราได้เห็นอาการลิงโลดดีใจแทบจะเหาะจะลอยได้ของสอน แต่เมื่อเขาเดินย้อนกลับมาที่ร้านอาหาร ก็รู้ว่า หญิงสาวไม่ได้อยู่ตรงที่เดิมอีกแล้ว เป็นการหายตัวไปอีกครั้งของเธอ แม้ชายหนุ่มจะรีบรุดไปที่ท่าเรือ ก็ไร้เงาของสาวคนรัก ขณะที่ชายหนุ่มนั่งทอดอาลัย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นข้อความจากหญิงสาวประมาณว่า การที่เราจะรักกันตอนนี้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมนัก เพราะเราสองคนเพิ่งพบกันเพียงไม่นาน เพื่อพิสูจน์ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับใจในขณะนี้เป็นความรักจริงๆ หรือไม่ ให้ต่างฝ่ายต่างได้ทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าสิ่งนี้เป็นความรักจริงๆ หนึ่งปีที่ผ่านไปในระหว่างที่ไม่ได้พบกันนั้นเราจะยังรักกันอยู่หรือเปล่า  ถ้าตอบตัวเองได้ อีกหนึ่งปีหลังจากนี้เราจะมาเจอกันที่หลวงพะบาง

         

          และฉากจบถัดจากนั้น ๑ ปี ต่อมา เราก็เห็นสอนเดินยิ้มแฉ่งอยู่ที่หลวงพะบาง และน้อยเดินยิ่มร่าโดยไร้คนข้างเคียง

นับว่า เป็นเรื่องที่จบได้สวยงาม ตอบโจทย์ความงามทางด้านวัฒนธรรมได้อย่างหนักแน่น

 

ตอนที่พระเอกตามไปที่ท่าเรือ หลายคนแอบลุ้นว่าจะต้องไปทันนางเอก หรือ หวังว่าน่าจะมีโอกาสหลงเหลือให้พระเอก นางเอกเจอกันในตอนสุดท้ายบ้าง แต่ผู้กำกับกลับไม่ตามใจเรา จนแล้วจนรอด แม้ตอนสุดท้าย ในเชิงภาพเราก็ไม่ได้เห็นฉากรักแสนหวานของหนุ่มสาวทั้งสอง เช่น ได้พบกันแล้วกอดกันหรือจับมือกันเทือกนั้น แต่เราได้เห็นมากกว่านั้นคือ แง่งามของความรักที่เบ่งบานในหัวใจของเขาและเธอ สิ่งที่เราคาดเดาได้แน่ๆ คือ อย่างไรเสียทั้งสองก็คงได้เจอกันและระหว่างหนึ่งปีที่ผ่านมานั้น ทั้งสองคนตอบตัวเองได้ว่า ความรู้สึกในช่วงสั้นๆ ในช่วงที่ได้พบกันนั้น ใช่รักแท้ๆ หรือแค่เคลิ้มไปชั่วขณะ

          หนังยังสอนให้เรารู้ว่า ความรัก ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องรีบร้อน และรักไม่ใช่ของลองเล่น สองหนุ่มสาวอาจเลี่ยงให้เกิดรักไม่ได้ เพราะความรัก ก็เหมือนการตอบโจทย์ทางเคมี เมื่อเคมีหัวใจตรงกันปฏิกิริยาทางความรักย่อมเกิดขึ้น เหมือนเมล็ดพืชที่ได้รับส่วนผสมของดิน น้ำและอากาศอย่างพอเหมาะพอเจาะ พันธ์พืชย่อมผลิต้น งอกใบ  แต่เราไม่อาจจะตัดสินใจได้หรอกว่า รักนั้นเป็นรักชั่ววูบทางอารมณ์ รักได้เพราะใกล้ชิด หรือ รักแท้สนิทนาน จวบเมื่อต้องผ่านการเวลาไปสักระยะเราจึงตอบโจทย์ความรักได้ เมล็ดพืชที่ผลิเพียงยอดใบ เราไม่อาจทราบได้ทันทีว่า นี่คือพืชชนิดใด เป็นต้นรักหรือต้นจาก  ต้นอะไรกันที่ฉันปลูก ครั้นรอต้นที่ว่า โตขึ้นสักนิดเราจึงตอบได้อย่างมั่นใจว่า พืชพันธ์ที่ว่า คือต้นรักนิจนิรันดร์

          ภาพยนต์เรื่องนี้ ยังบอกเล่า ความรักในแง่มุมที่สะอาด เราไม่เห็นฉากเลิฟซีนที่สยิวลูกนัยย์ตา พระเอกนางเอกแทบไม่ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย ทั้งสองคนรับรู้ความรักที่เกิดขึ้นในใจอย่างช้าๆ ด้วยการเรียนรู้ในความดีงามของกันและกันมากกว่าความพึงพอใจในเนื้อหนังหรือรูปโฉมโนมพรรณ หลังจากดูภาพยนต์เรื่องนี้จบ ผมอยากให้ความรักที่สะอาดเช่นนี้หลงเหลืออยู่ในโลก

          และบทสรุปที่มอบให้กับความรู้สึกที่มีต่อหนังเรื่องนี้ก็คือ หอมชื่นดั่งดวงจำปา แช่มช้าดั่งสายน้ำโขง

 

 

 * สะบายดี หลวงพะบาง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และอาลี่-คำลี่ พิลาวง กำกับภาพยนต์โดย อนุสอน สิริสักดาและศักดิ์ชาย ดีนาน ในนามของ บ.ลาว อาร์ต มีเดีย (ประเทศลาว) และ บ.สปาต้าร์ ตรีเอทีฟ (ประเทศไทย)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




บทความพิเศษ

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี จ.แพร่
บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ article
วัดพระธาตุจอมปิง
> สวนไม้ชนก
> วัดพระธาตุหริภุญชัย article
> มดแดงไต่ภูเขาไฟฟูจิ article
> กราบไหว้พระเจดีย์ ทางความดีสู่สวรรค์ article



[1]

ความคิดเห็นที่ 5 (137963)

น่ารักดีครับสำหรับภ.เรื่องนี้ทั้ง 3 ภาคเลยผมเพิ่งจะมีโอกาสดูเมื่อไม่นานมานี้เองครับอยากจะรู้ว่าเมื่อไหร่จะมีผลงานของ คำลี่ มาให้ชมอีกครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น lekdao1985@hotmail com. (lekdao1985-at-hotmail com-dot-)วันที่ตอบ 2012-02-21 14:11:42 IP : 192.168.1.4


ความคิดเห็นที่ 4 (137009)
นางเอกสาวลาวสวยนะครับ ดูไม่เหมือนสวาลาวเลย ดูออกจีนๆครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น บุญกว้าง หลัก 7 ครับ วันที่ตอบ 2011-07-25 11:37:16 IP : 202.91.19.169


ความคิดเห็นที่ 3 (136376)
ด้ายอาลี่เปนแฟนเหมือนมีนางฟ้ามานั่งเคียงข้าง
ผู้แสดงความคิดเห็น มามาซัง วันที่ตอบ 2011-03-02 19:42:15 IP : 223.207.38.26


ความคิดเห็นที่ 2 (2470)

อยากไปเที่ยวเมืองลาวจัง  คงสนุกแน่ๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น สาวกวันทอง วันที่ตอบ 2008-09-25 14:37:37 IP : 119.42.77.109


ความคิดเห็นที่ 1 (938)

สาวลาวน่ารักดีนะ

ผู้แสดงความคิดเห็น podh วันที่ตอบ 2008-06-26 14:35:19 IP : 58.147.44.153



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.
กลุ่มคนสร้างฝันวันสันติภาพโลก (ขบวนการมดแดง) 50/108 หมู่บ้านคลองหลวงเมืองใหม่ ตำบลคลองสอง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี 12120 mdptum@gmail.com